หมวดหมู่ : การแนะแนวอาชีพ
เรื่อง : ศิลปะแห่งการมอบหมายงาน (The Art of Delegation)
โดย : jirarat.api
เข้าชม : 1438
พุธ ที่ 8 เดือน มกราคม พ.ศ.2557
พิมพ์  

ผู้บริหารในองค์กรส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับการมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในองค์กร (delegation of authority) ให้บุคคลอื่น เช่น ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำการแทนขณะไม่อยู่ หรือให้ไปทำงานบางอย่างแทน การมอบหมายงานดังกล่าวรวมถึงอำนาจในการตัดสินใจหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามการมอบหมายงานในด้านบวกจะถือว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงจูงใจให้กับ พนักงานในหน่วยงาน รวมทั้งเป็นการฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะและเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ได้รับการมอบหมายงานในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามการมอบหมายงานที่ผิดพลาดนอกจากจะเป็นการเพิ่มภาระงานมากเกินไปให้กับผู้ได้รับการมอบหมายแล้ว
การขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกผู้ทำงานแทนที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความล้มเหลวและเป็นผลเสียกับองค์กรโดยรวมได้เช่นกัน

ในการมอบหมายงานแต่ละครั้งจะเริ่มจากความเชื่อมั่นของตัวผู้บริหารเองว่า ผู้รับมอบหมายงานจะสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุผลสำเร็จได้โดยอิสระ ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่กำหนดให้ได้หรือไม่ ผู้มอบหมายงานไม่สามารถปฏิเสธการรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้
ดังนั้น ผู้มอบหมายงาน ควรจะต้องกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบให้ชัดเจน เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับมอบหมายแสดงความเห็นว่าจะจัดการงานชิ้นนั้นอย่างไร
ทั้งนี้ต้องกำหนดให้มีการรายงานความก้าวหน้าให้ผู้บริหารหรือบุคคลที่ผู้บริหารกำหนดได้ทราบความก้าวหน้าเป็นระยะๆ เพื่อช่วยให้คำแนะนำหรือช่วยแก้ไขปัญหาในกรณีที่จำเป็น

ผู้บริหารในองค์กรควรแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบของตนเองและพยายามสนับสนุนให้มีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชา โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดจากการมอบหมายงาน ซึ่งสามารถสรุปได้โดยสังเขปดังนี้

1.ช่วยให้ทำงานได้สำเร็จมากขึ้น ยิ่งมีการมอบหมายงานออกไปมากเท่าไหร่
ก็จะมีจำนวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานมากขึ้น ทำให้ทำงานได้สำเร็จในปริมาณมากขึ้น
โดยใช้เวลาในการทำงานโดยรวมน้อยลง

2.สร้างแรงจูงใจให้กับผู้รับมอบหมายงาน ยิ่งมีการมอบหมายงานออกไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสร้างแรงจูงใจให้กับผู้รับมอบหมายงานมากขึ้นเท่านั้น เมื่อผู้บริหารมอบหมายงานและอำนาจหน้าที่ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ย่อมทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความผูกพันและร่วมรับผิดชอบต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของงานนั้น เนื่องจากผู้รับมอบหมายงานรู้สึกว่าได้รับความไว้ใจ รวมทั้งการยอมรับในเรื่องความสามารถ ก็จะพยายามทำให้งานที่ได้รับมอบหมายประสบความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายของผู้มอบหมายงานอย่างเต็มที่

3.ช่วยลดแรงกดดัน ทำให้สามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถ้าผู้บริหารสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะมอบหมายให้ผู้อื่นได้ดี และทำการมอบหมายงานตามลำดับความสำคัญดังกล่าวก็จะช่วยให้ผู้บริหารลดภาระความรับผิดชอบในงานประจำที่ต้องทำในแต่ละวันลงได้

4.ได้รับการชื่นชมว่าเป็นบุคคลที่พยายามพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ยิ่งมีการมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำแทนมากเท่าไหร่ ผู้บริหารก็จะได้รับการชื่นชมมากขึ้นเท่านั้น ว่ามีความพยายามในการให้โอกาสและพัฒนาบุคลากรในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

5.ช่วยสร้างโอกาสความก้าวหน้าให้ตนเองและผู้อื่น โดยการมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำจะช่วยให้ผู้มอบหมายงานมีเวลาในการทำงานอื่นซึ่งจะช่วยพัฒนาศักยภาพและความสามารถ ซึ่งถือเป็นการเตรียมพร้อมตนเองสำหรับอนาคตเมื่อโอกาสมาถึง ในทำนองเดียวกัน ความสำเร็จในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับคำชมเชยในวงกว้าง ก็ถือเป็นการสร้างโอกาสในความก้าวหน้าให้กับผู้ที่ได้รับการมอบหมายงานเช่นกัน

ในบางครั้งผู้มอบหมายงานอาจจะรู้สึกกังวลว่า ผู้รับมอบหมายงานไม่สามารถทำงานได้บรรลุตามมาตรฐานของตนเอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่างานที่ได้มอบหมายจะได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและได้ผลสำเร็จ ผู้มอบหมายงานควรพิจารณาดำเนินการมอบหมายงานตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.ทำความเข้าใจกับงานที่จะมอบหมาย
รวมทั้งกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินงานรวมทั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

2.เลือกบุคคลหรือทีมงานที่เหมาะสมที่จะได้รับการมอบหมายงาน 
ปกติจะพิจารณาจากประสบการณ์ ความเข้าใจในระบบงาน รวมทั้งความสามารถของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้น ทั้งนี้ต้องพิจารณางานที่รับผิดชอบในปัจจุบันรวมทั้งภาระหน้าที่ด้วยว่า จะไม่เป็นอุปสรรคต่องานที่ได้รับมอบหมายในอนาคต

3.กำหนดรายละเอียดของงานที่จะมอบหมายให้ผู้รับมอบหมายงานทราบอย่างชัดแจ้ง
อธิบายขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งผลสำเร็จที่คาดหวัง

4.จัดหาทรัพยากรให้เพียงพอ บางครั้งผู้มอบหมายงานอาจให้สิทธิขาด(อำนาจ) กับผู้รับมอบหมายงาน
ในการตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรที่เกี่ยวกับการทำงานและสิทธิดำเนินการต่างๆเท่าที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติภารกิจนั้น

5.ลดหรือขจัดอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น
เช่น มีการแจ้งให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบว่างานดังกล่าวได้ถูกมอบหมายให้ใครทำ และขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุน
ให้การทำงานดังกล่าวเป็นไปโดยราบรื่น

6.มีการติดตาม ประเมินผลงานที่มอบหมายเป็นระยะๆ

7.ควรให้คำชมเชย หรือรางวัล ถ้างานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

อย่างไรก็ตามยังคงมีงานบางอย่างที่ไม่สมควรมอบหมายให้ผู้อื่นทำ เช่น การพิจารณาแต่งตั้งบุคลากร การประเมินผลงาน การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง การให้รางวัลข้อควรระวังอีกประการหนึ่งก็คือ บางครั้งอาจมีปัญหาว่ามีการมอบอำนาจมากเกินไปจนผู้ใต้บังคับบัญชานำอำนาจส่วนที่เกินไปใช้ในทางที่ไม่ก่อประโยชน์ให้กับองค์กร หรืออาจนำไปใช้แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้นผู้บริหารควรพิจารณาว่าอะไรคืองานที่ไม่สมควรมอบหมายให้ผู้อื่นทำแทนโดยให้อำนาจหน้าที่อย่างสมบูรณ์ เช่น อำนาจการอนุมัติงบฯค่าใช้จ่ายของ ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนอาจกำหนดไว้ที่ประมาณ 60-70% ของผู้มีอำนาจอนุมัติจริง เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปการมอบงานที่ดีจะบังเกิดได้ ถ้ามีการมอบหมายงานให้กับผู้ที่เหมาะสม โดยอาศัยวิธีการขั้นตอนที่มีประสิทธิภาพ มิฉะนั้นจะกลายเป็นการสร้างปัญหาให้กับผู้มอบหมายงานในการตามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลัง ทั้งนี้สิ่งที่ผู้มอบหมายงานต้องคำนึงถึงก็คือ

"ในการมอบหมายงาน" ต้องแน่ใจว่าไม่มอบหมายงานมากเกินไปจนผู้รับมอบหมายงานไม่สามารถจัดการงานในความรับผิดชอบปกติของตนเองได้ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้เสร็จตามกรอบเวลา

ผู้มอบหมายงานต้องอดทนและตระหนักความจริง ที่ว่าผู้รับมอบหมายอาจจะทำงานได้เสร็จช้ากว่าที่ตนเองทำ เนื่องจากตนเองมีความชำนาญมากกว่าและผู้รับมอบหมายงานดังกล่าวต้องใช้เวลาในการเรียนรู้งานพอสมควร

ผู้บริหารที่ดีจะยอมให้ผู้รับมอบหมายงานซึ่งมีความสามารถด้อยกว่า กระทำงานผิดพลาดได้บ้างเพื่อเป็นการเรียนรู้ และค่าใช้จ่ายจากความผิดพลาดนั้นเป็นต้นทุนสำหรับการพัฒนาตัวบุคคล เมื่อผู้บริหารมีความเข้าใจถึงประโยชน์ข้อนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่และงานก็จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้"

โดย ดร.ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ
อ้างอิง : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anotherside&month=02-2009&date=21&group=27&gblog=57

เผยแพร่โดย...งานส่งเสริมการมีงานทำและงานแนะแนวอาชีพ
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่