หมวดหมู่ : HAPPY WORK
เรื่อง : เลือกที่จะมีความสุขในที่ทำงาน
โดย : jirarat.api
เข้าชม : 1153
พุธ ที่ 8 เดือน มกราคม พ.ศ.2557
พิมพ์  

“ผ"ผมทนแรงกดดันไม่ไหว” ...
"ผมทนแรงกดดันไม่ไหว” ผมเกลียดงานที่ทำ”
“นายคาดหวังจากฉันมากเกินไป”
“ทำงานที่นี่ ไม่มีคุณภาพชีวิตเลย”
“ฉันเกลียดเจ้านาย”
“ฉันเบื่อเต็มที”

คนมักคิดว่าตนเองไม่มีทางเลือกต้องทนทำงานอย่างไม่มีความสุข
ในขณะที่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอย่างมีความสุข เพราะอะไรนะหรือ

ในหนังสือ Authentic Happiness เขียนโดย Dr.Martin Seligman
ได้ยกงานวิจัยของ Amy Wrzesniewski ศาสตราจารย์สาขาธุรกิจของ New York University
ที่ทำในปีค.ศ. 1997 Amy พบว่า 1 ใน 3 ของคนมองงานของตนว่าเป็น Job คือทำเพื่อแลกเงินประทังชีวิต
อีก 1 ใน 3 ถัดไปมองว่าเป็น Career คือมีแรงจูงใจหลักอยู่ที่การไต่เต้าก้าวหน้าในองค์กร และ 1 ใน 3 สุดท้ายที่เหลือมองว่าเป็น Calling เขามีความสุขกับสิ่งที่ทำเพราะมันมีความหมายกับชีวิตของเขา

ลองมาดูตัวอย่าง 3 เรื่องของงานในตำแหน่งแม่บ้านที่ทำความสะอาดในสำนักงานดู

คนแรกคือแจ๋ว เธอทำงานนี้เพื่อแลกกับเงิน น้อยมากที่เธอจะบอกกับเพื่อนๆ ของเธอว่าเธอทำอะไรอยู่ ลอตเตอรี่คือความหวังเดียวของเธอที่จะหลุดพ้นจากสิ่งที่เธอทำอยู่
เธอนั่งนับวันว่าเมื่อไรจะสงกรานต์หรือวันหยุดยาวเสียที

แจ๋วมองสิ่งที่เธอทำว่ามันคือ Job

ลองมาดูเล็ก เธอทำงานหนัก เธอไม่ค่อยชอบสิ่งที่เธอทำมากนัก
เธอหวังว่าจะเป็นหัวหน้า หรือไม่ก็ย้ายไปเป็นพนักงานรับโทรศัพท์โดยเร็ว
เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนของเธอได้รับการโปรโมต เธอมักจะคิดว่าคนผู้นั้นข้ามหัวเธอไป
หรือไม่ก็หัวหน้าของเธอไม่ยุติธรรม เวลาหัวหน้าเดินมาตรวจงาน เธอจะขมีขมันเป็นพิเศษ
และมักจะบ่นต่อว่าคนที่มาใช้ห้องน้ำว่า ทำห้องน้ำสกปรกเสมอ
เธออยากให้หัวหน้าของเธอตระหนักว่าเธอทำงานขยันมากขนาดไหน
เธอมองสิ่งที่เธอทำว่าเป็น Career

ส่วนคนสุดท้ายคือกุ้ง
เธอยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ เธอมักจะฮัมเพลงอย่างมีความสุขระหว่างทำความสะอาดห้องน้ำ
เธอมักจะแนะนำเพื่อนๆ และญาติมาทำงานที่บริษัทนี้
เธอจะสุขใจมากหากคนเดินออกจากห้องน้ำอย่างมีความสุข
เธอมองว่าตัวเธอนั้นเป็นผู้นำความสุขมาสู่คนอื่นๆ
สำหรับเธอแล้วความสะอาดหมายถึงความสุข สำหรับกุ้งแล้วงานที่เธอทำคือ Calling

ตัวอย่างของทั้ง 3 คนเป็นตัวอย่างจริงที่เราเห็น ทั้งในอาชีพพนักงานทำความสะอาด และอาชีพอื่นๆ

หากว่าคนอย่างกุ้งสามารถจะมองหาความหมายจากงานของเธอได้
พวกเราทุกคนก็น่าจะมองหาความหมายจากงานของเราแต่ละคนได้เช่นกัน
เราสามารถทำงานอย่างมีความสุขได้หากมีมุมมองที่ดีกับงานของเรา
ถามตัวเองดูว่า อะไรคือวัตถุประสงค์ของงานเรา เรามาทำงานเพื่ออะไร สิ่งที่เราทำมีความหมายอย่างไร

การที่เราจะหาความหมายจากงานของเรานั้น เราต้องเปิดโลกทัศน์ของเราก่อน
ความหมายของงานนั้นเป็นเรื่องของการให้บริการผู้อื่น มนุษย์เป็นสัตว์ที่ต้องเกื้อกูลกัน
“ฉันเกาหลังให้เธอ เธอเกาหลังให้ฉันเป็นการตอบแทน” เราไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวได้

ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อความสุขในที่ทำงาน เช่น

1. ค่านิยมเราสอดคล้องกับค่านิยมองค์กรหรือไม่
หากคุณให้คุณค่ากับความอิสระ แต่องค์กรให้ความสำคัญกับกฎระเบียบที่เข้มงวด
หรือคุณเป็นคนสุภาพ แต่ทำงานในองค์กรที่มีวัฒนธรรมองค์กรแบบพูดกันตรงๆ แบบขวานผ่าซาก
คุณอาจจะไม่มีความสุขมากนัก
แต่คุณอาจจะพออยู่ได้หากทำงานได้ดีและส่งมอบผลงานตามความคาดหวังได้

2. ค่านิยมเราสอดคล้องกับทีมหรือไม่
หากคุณเป็นคนที่ทำงานแบบสบายๆ แต่ไปทำงานในทีมงานที่แข่งขันสูง ก็จะคล้ายกับกรณีที่หนึ่ง

3. คุณเหมาะกับงานหรือไม่มีทักษะ ความรู้หรือความถนัดตามที่งานต้องการหรือไม่
หากไม่มีความรู้และทักษะ พอเรียนกันได้ แต่หากว่าทำในสิ่งที่ไม่ถนัด อาจจะลำบากหน่อย

4. คุณมีเป้าหมายในงานชัดเจนเพียงใด
ใน 3, 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า งานที่ทำจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายอย่างไร

5. คุณมีเพื่อนสนิทในที่ทำงานหรือไม่
คนอาจจะบ่นว่าไม่มีความสุข โดยอ้างว่าสาเหตุมาจากสิ่งต่าง ๆ แต่ที่จริงแล้วใครกันละที่รับผิดชอบต่อความสุขในงานของคุณ


ข้อมูลโดย : http://www.posttoday.com
ที่มา : http://www.jobjob.co.th
ภาพจาก : http://www.fotosearch.com

เผยแพร่โดย...งานส่งเสริมการมีงานทำและงานแนะแนวอาชีพ
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่