คนที่ได้ทำงานที่ตนเองรัก ถือว่าเป็นคนที่น่าอิจฉามาก เพราะถือว่าเป็นคนที่มีความสุข ในการทำงานอย่างมาก เหมือนกับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรหนึ่งได้กล่าวไว้ว่า
“ถ้าเราสามารถทำงานอย่างมีความสุข เราก็จะมีความสุขในชีวิต” เพราะเวลาของชีวิตของเราส่วนใหญ่อยู่กับการทำงานเกือบทั้งหมด ดังนั้นถ้าเราได้งานที่เราชอบมีความสุขกับมัน มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ทำงานผมเองก็เคยได้ยินนายเก่า ซึ่งปัจจุบันท่านเองก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว เล่าให้ฟังว่า เวลาที่ท่านทำงาน ท่านจะมีความสุขมาก เพราะการทำงานนั้นมันเป็นกิจวัตรปกติ อย่างหนึ่ง เหมือนกับการกินข้าว การอาบน้ำ ที่เราต้องทำอยู่แล้ว งานก็เช่นกัน มันเป็นส่วนเติมเต็มชีวิตของท่าน ทำให้ชีวิตท่านมีความหมาย และมีความท้าทายอยู่ทุกวัน ทำให้ใช้ชีวิตอย่างไม่เบื่อเลย
ผมสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่า นายเก่า และนายปัจจุบันของผมนั้น ทำงานด้วยความสุขมากไม่เคยที่จะบ่นเครียดหรือไม่สนุกเลย แกยังสนุกกับการทำงานตื่นเช้ามาถึงบริษัทเป็น คนแรกๆ เลยทั้งๆ ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงมากๆ ที่เรียกได้ว่า มาสายก็ไม่มีใครกล้าว่าอะไรด้วยซ้ำไป แต่แก่ก็มาทำงานแต่เช้า และทำงานอย่างมีความสุขที่สหรัฐอเมริกาเองก็มีการทำวิจัยเรื่องขององค์กรที่พนักงานมีความสุขนั้น เขาทำกัน อย่างไร องค์กรเหล่านี้ได้เก็บข้อมูลว่าพนักงานที่ทำงานอย่างมีความสุขนั้นเป็นอย่างไร และจะต้องทำอย่างไรให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขในองค์กร ซึ่งผลก็สามารถสรุ เป็นกฎเกณฑ์ 5 ข้อดังต่อไปนี้
• พนักงานที่มีความสุขในการทำงาน จะไม่ทำงานอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือบทบาทเดิมนานเกินไป การโอนย้าย การหมุนเวียนงาน หรือแม้แต่การสร้างงานที่มีความท้าทายมากขึ้นนั้น จะทำให้พนักงานรู้สึกมีความพึงพอใจ และไม่เบื่อกับการ ทำงานแบบเดิมๆ ซึ่งเมื่อไหร่ที่พนักงานเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย ความสุขในการทำงานก็จะลดลง ดังนั้นองค์กรที่อยากให้พนักงานรู้สึกมีความสุข ก็จะทำการสร้างความท้าทาย ในการทำงาน หมุนเวียนเปลี่ยนงานกันอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่พนักงานจะเบื่อและเริ่มไม่สนุกกับงาน จนทำให้ไม่มีความสุขในการทำงาน
• ความรู้สึกถึงความสุข กับความรู้สึกถึงตนเองมีความหมายในการทำงาน มันมีความสัมพันธ์ต่อกันในเชิงบวก กล่าวคือ คนที่มีความสุขในการทำงาน จะเป็นคนที่รู้สึกว่าตนเองมีความหมายต่อองค์กร หรือหน่วยงานที่ทำงานอยู่ด้วย ดังนั้นองค์กรที่รู้เคล็ดลับนี้ ก็จะส่งเสริมให้หัวหน้างานและผู้จัดการทำให้พนักงานของตนเองรู้สึกว่างานที่ตนเองทำอยู่นั้น มีความหมายต่อความสำเร็จของหน่วยงาน และต่อองค์กร ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการสื่อความให้เห็นถึงเป้าหมาย และทำให้พนักงานรับรู้ว่างานของเขานั้นมีส่วนที่จะทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้อย่างไรเขาเป็นส่วนสำคัญตรงไหน ซึ่งเพื่อพนักงานรับทราบความสำคัญตรงนี้แล้ว เขาจะรู้สึกว่าการทำงานทุกวันเป็นการทำงานที่มีความหมายมาก หัวหน้าให้ความสำคัญกับงานนี้ และสุดท้ายเขาก็จะทำงานอย่างมีความสุข
• พนักงานจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อหัวหน้ามีความจริงใจ และชื่นชมในผลงานพนักงานอย่างเป็นธรรมชาติ ประเด็นของเรื่องนี้ก็คงมีบางองค์กรพยายามจะสร้างนโยบายการชื่นชมผลงานสร้างกฎระเบียบว่าหัวหน้าจะต้องทำหน้าที่ชื่นชมผลงานพนักงานด้วย เขียนออกมาเป็นระเบียบติดไว้เลย ซึ่งการทำเช่นนี้ ทำให้ความสุขของพนักงานลดลง เพราะพนักงานจะรู้สึกถึงความไม่จริงใจขององค์กร และผู้จัดการ และจะคิดไปว่า ที่ชมก็เพราะมีระเบียบกำหนดไว้ไม่ได้ชมจากใจของหัวหน้าจริงๆ ดังนั้นถ้าองค์กรอยากให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน ก็ไม่ควรที่จะเขียนกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับความสุขของพนักงาน ควรจะส่งเสริมในแนวทางอื่นมากกว่าทำให้มันเป็นธรรมชาติมากที่สุด และจริงใจมากที่สุด
• องค์กรให้ความสำคัญกับเรื่องของคนมาก่อนงาน พนักงานจะมีความสุขก็เพราะองค์กรให้ความสำคัญในเรื่องของการบริหารคน มาก่อน เรื่องของการทำงาน องค์กรเหล่านี้มีการกำหนดนโยบายที่เน้นการทำให ้ความเป็นอยู่ของพนักงานดีขึ้นในแง่มุมต่างๆ กำหนดแนวทางและวิธีการทำงานที่ยืดหยุ่น และให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นรายบุคคลไม่ใช่มองพนักงานเป็นชุดๆ หรือเป็นกลุ่มๆ และปฏิบัติต่อพนักงานแบบเหมารวมเหมือนๆกันไปหมดทุกคน
• เน้นความสำคัญของการใช้ชีวิตในการทำงาน กับการใช้ชีวิตส่วนตัว กล่าวคือ ไม่ใช่การสร้างความสมดุล แต่จะเป็นการเอาทั้งสองเรื่องมาผสานกันให้ออกมาลงตัวมากที่สุด และมองไปถึงความต้องการของพนักงานเป็นหลัก ไม่ใช่เป็นการบังคับว่าพนักงาน ต้องสร้างความสมดุลของทั้งสองเรื่องให้ได้ แต่จริงแล้ว ความสมดุลของชีวิตงานและชีวิตส่วนตัวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันเลย ดังนั้น ถ้าองค์กรสามารถสร้างแนวทางที่จะส่งเสริมให้พนักงานสามารถทำงานและแบ่งเวลาในการทำงานตามความต้องการของตน เองได้ พนักงานก็จะอยู่ทำงานอย่างมีความสุขเช่นกัน
ที่กล่าวมาข้างต้นก็คือกฎเกณฑ์ 5 ประการที่องค์กรที่มีพนักงานที่มีความสุขนั้นทำกัน เพราะมีงานวิจัยออกมาค่อนข้างมากที่ยืนยันว่า ถ้าคนเราสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข ชีวิต ส่วนตัวก็จะมีความสุข และนอกจากนั้นความสุขนั้นก็จะส่งผลต่อผลงานของพนักงาน และเมื่อพนักงานมีความสุขก็จะส่งต่อความสุขให้กับเพื่อนพนักงานด้วยกันเองอีกสุดท้ายพนักงานทั้งองค์กรต่างก็ทำงานกันอย่างมีความสุข
อ้างอิง : จากบทความเรื่อง Secrets Of America's Happiest Companies โดย Lydia Dishman จาก fastcompany
ที่มา : http://prakal.wordpress.com/2013/10/17/%E0%B8%84%E0%B8% A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8% 9A%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8% 87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8% 97%E0%B8%B5% E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83/
เผยแพร่โดย...งานส่งเสริมการมีงานทำ และงานแนะแนวอาชีพ
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
|