"Best Practice" หรือ "วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ"
เริ่มเป็นที่คุ้นเคยกันในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง แท้จริงแล้วสิ่งนี้ไม่ใช่ตัวผลงานที่ได้ แต่เป็นการนำเสนอวิธีการหรือกระบวนการที่ทำแล้วดีที่สุด ในการได้ผลงานที่ดีเด่นสำเร็จออกมาแล้วนำเอาวิธีการหรือกระบวนการนั้นมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อให้แต่ละที่นำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรของตัวเอง ชาว HR ที่ไม่ต้องการตกยุคก็ต้องค้นคว้าหา "HR Best Practice" มาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งผมพอจะมีแนวทางให้ดังนี้นะครับ
1. การให้ความสำคัญกับผู้ที่มีผลงานเป็นเลิศ
การให้รางวัล ยอมรับชื่นชมต่อดาวเด่นทั้งหลายอย่างเปิดเผยกับทุกๆ คนในองค์กรตามวาระ
และช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสม นอกจากจะเป็นสิ่งจูงใจให้คนเก่งเหล่านั้น
ยังเป็นการสร้างบรรยากาศการแข่งขันให้กับคนอื่นๆ ที่อยากขึ้นมาเป็นดาวกับเขาบ้าง
2. การประเมินผลโดยใช้ข้อมูลป้อนกลับแบบ 360 องศา
ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่าง "พนักงาน-เจ้านาย-ลูกน้อง-เพื่อนร่วมงาน" ในสังคมไทยนับเป็นสิ่งที่ซับซ้อนไม่ใช่น้อย แต่สำหรับผมแล้วถ้าองค์กรใดมีความพร้อมที่จะลองทำแม้ไม่เต็มรูปแบบเช่น 180 องศา หรือ 270 องศา ตามความเหมาะสมก็นับเป็นสิ่งที่น่าค้นหาครับ
3. การให้โบนัสตามผลการปฏิบัติงาน
บางคนมองว่าการให้โบนัสแบบคงที่ เป็นเรื่องจูงใจแบบไม่ตรงจุดประสงค์ของการบริหารผล
การปฏิบัติงานที่กล่าวว่า "ใครทำมากก็ควรได้มาก และทำน้อยก็ควรได้น้อย" และผมก็ขอเติมให้อีกว่า "ใครทำไม่ได้ก็ไม่ควรได้อะไรเลย" พนักงานเจนเนอเรชั่นหลังๆ กล้าได้กล้าเสียมีมากขึ้น
HR ก็ต้องเข้าใจระบบการให้โบนัสแบบแปรผันมากขึ้นครับ
4. ระบบการประเมินผลงานที่เป็นธรรมแก่พนักงาน
เรื่องนี้พูดก็ยากทำก็ยาก เพราะคำว่า "เป็นธรรม" มักจะกลายเป็น "เป็นนามธรรม" อยู่ตลอดเวลา
เนื่องจากว่าธรรมชาติของการประเมินผลงาน ต้องมีทั้งหลักของความเป็นรูปธรรม (objectivity)
และ ความเป็นนามธรรม (subjectivity) ควบคู่กันไป
เลยกลายเป็นช่องว่างให้การประเมินผลงานที่เป็นธรรมจริงๆ แก่พนักงานนั้นทำได้ยากจริงๆ
นับเป็นสิ่งที่พิสูจน์กื๋นของ HR ก็ว่าได้
5. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในองค์กร
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในที่นี้ได้แก่ การจัดการความรู้ (knowledge management) ในองค์กร
ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสนับสนุนกลยุทธ์ต่างๆ ขององค์กร
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ยังทำกันให้ดีแบบยั่งยืนได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน
6. การให้พนักงานมีส่วนร่วมในการออกความเห็น
ความเห็นของพนักงานจากทุกระดับเป็นสิ่งมีค่า ที่ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญ
เพราะจะนำมาซึ่งการจัดการแบบมีพนักงานเป็นศูนย์กลาง (employee centric management)
ที่สามารถนำเอาศักยภาพอันไม่มีที่สิ้นสุดของพวกเขาออกมา เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ให้แก่องค์กรได้
7. พิธีรีตองการให้รางวัลและการชมเชยพนักงาน
การให้รางวัลในรูปแบบของเงินและผลประโยชน์อื่นๆ นับเป็นสิ่งจูงใจภายนอก (extrinsic motivation)
ที่สำคัญแบบไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ แต่การยอมรับ การชื่นชม
ด้วยเสียงปรบมือจากพนักงานทั้งแผนกหรือทั้งองค์กร สามารถเป็นมนต์เสน่ห์แห่งสิ่งจูงใจภายใน
(intrinsic motivation) ที่เข้าไปถึงจิตใจของพนักงานได้อย่างไม่รู้ลืม
8.การให้พนักงานมีส่วนรับรู้ในธุรกิจองค์กร
เป็นวิธีการที่บริษัทให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์ ทิศทาง และธุรกิจขององค์กรแบบ open book management style แก่พนักงาน ไม่ว่าจะเป็นข่าวดี หรือบางครั้งอาจเป็นข่าวไม่ดีที่ต้องระวังตัวให้มากขึ้น ก็ตาม
9. โครงการความปลอดภัยและชีวอนามัยในสถานประกอบการ และโครงการองค์กรแห่งความสุข
ทั้งสองโครงการนี้ถือเป็นพื้นฐานหลักขององค์กรทุกแห่งก็ว่าได้ เพราะทุกคนในองค์กรต้องสุขกายและสบายใจ อันนำไปซึ่งผลการปฏิบัติงานที่เป็น เลิศ
10. การสร้างความประทับใจอย่างสร้างสรรค์ให้กับพนักงาน แบบที่เขาไม่คาดหมาย
การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ และการชมเชยด้วยวิธีสร้างสรรค์โดยที่เขาไม่รู้ตัวสามารถเป็นความประทับใจที่ ยิ่งใหญ่ล้ำค่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะสามารถนำไปใช้ในทุกองค์กร
หากแต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์สภาพจุดแข็ง-จุดอ่อนขององค์กรนั้นๆ
เพื่อกำหนดรูปแบบและกลวิธีที่เหมาะสมที่สุด และจำเป็นภายใต้เงื่อนไขของแต่ละองค์กร
ลองกลับไปดูที่องค์กรของท่านให้ดีๆ นะครับ
เพราะ HR Best Practice ของคนอื่นเขาอาจเป็น HR Worst Practice ของเราก็ได้ ใครจะไปรู้
โดย ดร.เทอดทูน ไทศรีวิชัย
Regional Director, Asia Pacific , ITD Group
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เชิงกลยุทธ์ภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค
อ้างอิง : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=anotherside&month=03-2011&date=15&group=27&gblog=397
เผยแพร่โดย...งานส่งเสริมการมีงานทำและงานแนะแนวอาชีพ
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
เผยแพร่โดย...งานส่งเสริมการมีงานทำและงานแนะแนวอาชีพ
สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่
|